รูปแบบการท่องเที่ยวในความสนใจพิเศษ

รูปแบบการท่องเที่ยวในความสนใจพิเศษ

การท่องเที่ยวในประเทศไทย มีหลากหลายขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเอง และขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรม  ผลของการท่องเที่ยวจะเกิดมิติในแง่บวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวว่ามีพฤติกรรมอย่างไร

รูปแบบการท่องเที่ยวในความสนใจพิเศษ ประกอบด้วย

1.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หมายถึงการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติและแหล่งวัฒนธรรมเพื่อการพักผ่อนและเรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพกายใจได้รับความเพลิดเพลิน และสุนทรียภาพ มีความรู้ต่อการรักษาคุณค่า และคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

2.การท่องเที่ยวเชิงทัศน์ศึกษาและศาสนา หมายถึงการเดินทางเพื่อทัศน์ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากปรัชญาทางศาสนา หาความรู้ สัจธรรมแห่งชีวิตมีการฝึกทำสมาธิเพื่อมีประสบการณ์และความรู้ใหม่เพิ่มขึ้น มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นมีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น

3.การท่องเที่ยวเพื่อศึกษากลุ่มชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรมกลุ่มน้อย หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมของชาวบ้านวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยหรือชนเผาต่างๆ

4.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ ในประเภทกีฬา

5.การท่องเที่ยวแบบผจญภัย หมายถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษ ที่นักท่องเที่ยวเขาไปเที่ยวแล้วได้รับความสนุกสนานตื่นเต้น หวาดเสียว ผจญภัย มีความทรงจํา ความปลอดภัย และได้ประสบการณ์ใหม่

6.การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ หมายถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้ชิดกับครอบครัวในท้องถิ่นที่ไปเยือนเพื่อการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้รับประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มขึ้น

7.การท่องเที่ยวพำนักระยะยาว หมายถึงกลุ่มผู้ใช้ชีวิตในบั้นปลายหลังเกษียณอายุจากการทำงานที่ต้องการมาใช้ชีวิตต่างแดนเป็นหลัก

8.การท่องเที่ยวแบบให้รางวัล หมายถึงการจัดนำเที่ยวให้แก่กลุ่มลูกค้าของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการขายสินค้านั้นๆ ตามเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย โดยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าพักแรมและค่าอาหารระหว่างการเดินทางให้กับผู้ร่วมเดินทางเป็นรายการนำเที่ยวชมสถานท่องที่ต่างๆ อาจเป็นรายการนำเที่ยวแบบผสมผสาน หรือรายการนำเที่ยวในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

9.การท่องเที่ยวเพื่อการประชุม หมายถึงเป็นการจัดนำเที่ยวให้แก่กลุ่มลูกค้าของผู้ที่จัดประชุม มีรายการจัดนำเที่ยวก่อนการประชุม และการจัดรายการนำเที่ยวหลังการประชุมโดยการจัดรายการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ไปทั่วประเทศเพื่อบริการให้กับผู้เข้าร่วมประชุมโดยตรง หรือสำหรับผู้ที่ร่วมเดินทางกับผู้ประชุมอาจเป็นรายการท่องเที่ยววันเดียว หรือรายการเที่ยวพักค้างแรม โดยคิดราคาแบบเหมารวมค่าอาหารและบริการท่องเที่ยว

10.การท่องเที่ยวแบบผสมผสานเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้จัดการการท่อง เที่ยวคัดสรรรูปแบบการท่องเที่ยวที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นำมาจัดรายการนำเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความแตกต่างระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในระยะยาวนานเช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเกษตร การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม เป็นต้น

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้นเป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มต่างๆ เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จ และเพลิดเพลินในสวนเกษตร ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ และเพื่อ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนั้น ซึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแต่ละแห่งจะมีกิจกรรมที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวหลาย ๆ กิจกรรม ให้ได้ชื่นชมซึ่งจะแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น
– นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมระยะสั้น ได้แก่ การเข้าชมสวนเกษตร โดยนักท่องเที่ยวอาจเก็บผลผลิตในสวนหรือซื้อผลผลิตโดยเลือกเก็บได้ การนั่งเกวียน และอื่น ๆ
– การให้นักท่องเที่ยวพักแรมในหมู่บ้านเพื่อศึกษาและสัมผัสกับชีวิตของชาวชนบทเกษตรโดยนักท่องเที่ยวจะได้รับบริการที่อบอุ่น ปลอดภัย สะดวกและสะอาด
– การอบรมให้ความรู้เกษตรแผนใหม่และความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน การทำการเกษตรแผนใหม่ เช่น การปลูกและการดูแลรักษา การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร
– การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านของเกษตร กร ของใช้และของที่ระลึกต่าง ๆ ผลไม้สด ดอกไม้สด เมล็ดพันธุ์พืชที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวซื้อไปปลูก
– ทางธุรกิจ ช่วงที่ธุรกิจอื่น ๆ ประสบปัญหาจากธุรกิจตกต่ำ ให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อหาลู่ทางในการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร

ประโยชน์ที่ได้รับจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร
1.สามารถจำหน่ายต้นอ่อนและเมล็ดพันธุ์ เพื่อนักท่องเที่ยวซื้อกลับไปทดลองปลูกและนำไปขยายอาชีพเสริมต่อ เป็นเกษตรกรใหม่เพิ่มขึ้น เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพใหม่ได้
2.สามารถขายผลผลิตที่เก็บได้ส่งให้กับนักท่องเที่ยวโดยตรงด้วย
3.ผลผลิตสามารถแปรรูปเป็นของแห้ง เป็นการถนอมอาหาร จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวเป็นรายได้ที่เพิ่มพูนจากเดิม
4.มีส่วนแนะนำธุรกิจการเกษตรเพิ่มขึ้นนักท่องเที่ยวและเกษตรกรที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด สามารถช่วยขยายผลจากการทำการเกษตรต่อไปทางธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มขึ้น
5.การจัดการท่องเที่ยวแวะพัก ชมสวนเกษตร จะช่วยทำให้เพื่อนบ้านสามารถขายสินค้า ทั้งจากสวนเกษตร และสินค้าจำพวกอาหาร เครื่องดื่มได้เพิ่มขึ้น
ดังนั้นการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรซึ่งมีสวนพืชดอก พืชผล และแหล่งปศุสัตว์ ทั่วทุกภูมิภาค จึงเป็นที่มาของกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ขยายเส้นทางให้กว้างขึ้นในอีกลักษณะหนึ่ง

การพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบที่สร้างสรรค์

การท่องเที่ยวสร้างสรรค์นับได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เนื่องจากการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมนั้นเป็นการท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเป็นการใช้เวลาในการพักผ่อนหย่อนใจ และแสวงหาความสุขความเพลิดเพลินเท่านั้น ต่อมาการท่องเที่ยวได้เพิ่มรูปแบบให้มีการท่องเที่ยวในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น อย่างเช่น เชิงประวัติศาสตร์และเชิงวัฒนธรรม โดยจะเน้นรูปแบบของการท่องเที่ยว ไปยังพิพิธภัณฑ์ และ โบราณสถานต่างๆ เป็นการสร้างความสมดุลในชุมชนโดยการใช้การท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ สำหรับประเทศไทยนั้นนับได้ว่าเป็นจุดหมายของชาวต่างชาติเนื่องจากลักษณะที่โดดเด่น มีประวัติศาสตร์โบราณคดี มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีความงดงามทางประเพณีวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งพันธุ์พืชและสัตว์ที่น่าสนใจ

การจัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์นั้น เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเริ่มต้นขึ้น โดยการนำเสนอ แนวคิดการจัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์แก่ชุมชน จนเกิดเป็นแนวทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาท่องเที่ยวในรูปแบบของการจัดการการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถรายได้ และยังช่วยในการสร้างความสามัคคี ความหวงแหนในท้องถิ่น รวมทั้งจะได้ทราบถึงผลดีผลเสียในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ต่อการพัฒนาชุมชนได้ด้วยทั้งนี้การจัดการท่องเที่ยวนั้นเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวสร้างสรรค์นอกจากนี้การจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมจะเอื้อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ได้เป็นอย่างดีและเป็นการสร้างจิตสำนึกในการรักษาระบบนิเวศในชุมชน และยังสามารถช่วยในคนในชุมชนนั้นได้ร่วมคิด ร่วมทำ และหากมีการจัดการอย่างเป็นระบบและประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถขยายผลไปในพื้นที่ข้างเคียงและพื้นที่อื่นๆ ได้อีกด้วย

ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคมที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนกลายเป็นพลังในการสร้างฐานความรู้สำหรับการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน และยังช่วยในการสร้างเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและประเทศได้อย่างมากมาย การร่วมมือกันของคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ก็เช่นเดียวกันที่จะสร้างรากฐานสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ให้ดำเนินต่อไปและรวมทั้งช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเพื่อให้ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยเองนั้นได้มีสถานที่ท่องเที่ยวในการพักผ่อน รวมทั้งได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากการท่องเที่ยวในรูปแบบที่สร้างสรรค์อีกด้วย

กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์และสวยงาม

กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสามารถกระทำได้หลายรูปแบบในพื้นที่ธรรมชาติที่มีระบบนิเวศต่างๆกัน เช่นกลุ่มระบบนิเวศป่าเขาจะเน้นกิจกรรมที่อาศัยทรัพยากรนันทนาการประเภท ป่าไม้ สัตว์ป่า แหล่งน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ น้ำตกต่าง ๆ สภาพภูมิทัศน์ของลักษณะสัณฐานที่ดินและสัณฐานทางธรณีที่เป็นลักษณะเด่นแปลกตา หรือลักษณะเด่นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ และวัฒนธรรมของชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่เป็นหลักสำคัญ ส่วนกลุ่มระบบนิเวศแบบเกาะแก่งชายฝั่งมักจะได้รับความสนใจในด้านทรัพยากรทางทะเล ที่ยังคงสภาพธรรมชาติสมบูรณ์สวยงาม เช่น ปะการัง ปลาสวยงาม ชายหาดที่สวยงาม ส่วนสภาพป่าเขาหรือแหล่งน้ำต่างๆจะได้รับความสนใจเป็นอันดับรองลงมา ดังนั้นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์จะเน้นไปในส่วนที่เป็นชายฝั่ง กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับความนิยมมาก คือ การดูนกต่างๆโดยเฉพาะนกต่างถิ่นที่หาดูได้ยาก เป็นต้น

การท่องเที่ยวพื้นที่ชายฝั่งทะเลนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ทั้งจากสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงามของเกาะ หาดทราย แนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเล แหล่งโบราณคดีใต้น้ำ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี ประเพณีและวัฒนธรรม ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆในพื้นที่ชายฝั่งทะเล รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของทะเลไทยและพื้นที่บริเวณชายฝั่งทำให้ประเทศไทย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชายฝั่งทะเลทั้งด้านอ่าวไทยในทะเลจีนใต้ และชายฝั่งทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย ได้ถูกนำมาพัฒนาทางการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เป็นการท่องเที่ยวไปในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่นเพื่อมุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึกที่ดีในการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลเป็นการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติทางทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศทางทะเล อย่างมีความรับผิดชอบ และเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่งมีส่วนร่วมของท้องถิ่นเพื่อมุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึกที่ดีในการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

เวลาแห่งการปลดปล่อยฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพะงัน

Full Moon Party เกาะพะงัน

นั้นถือเป็นงานสังสรรค์ระดับตำนาน ซึ่งอันที่จริงแล้วยังมีงานฮาล์ฟมูนปาร์ตี้และงานแบล็คมูนปาร์ตี้ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันอีกด้วย ทำไปทำมาดูเหมือนว่าทุกคนต่างยินดีและเต็มใจจะออกมาฉลองและสนุกสุขสันต์กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าพระจันทร์จะเต็มดวงหรือถูกเมฆบดบังก็ตามที Full Moon Party เป็นงานฉลองคืนพระจันทร์วันเพ็ญ บนชายหาดเกาะพะงัน จัดขึ้นที่หาดริ้น เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกๆคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ไม่ใช่งานบวงสรวงใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นงานสนุกสุดเหวี่ยงกันที่ชายหาด เต้นรำ เสียงเพลง ปาร์ตี้ เป็นงานที่มีชื่อเสียงในระดับโลก รู้จักกันดี และนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่างก็มาหาความอิสระกันในค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวงบนเกาะพะงัน

กลายเป็นจุดสังสรรค์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเอเชีย

ถึงขนาดที่ว่าแทบทุกคนวางแผนจะมาสนุกสุดเหวี่ยงบนชายหาดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งเหล่านักเดินทางจากทั่วโลกต่างร่วมกันดื่ม กิน และเต้นจนถึงโต้รุ่ง ในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมา ปาร์ตี้ดูจะอลังการมากยิ่งขึ้น โดยมีบรรยากาศละม้ายคล้ายงานคาร์นิวาล พร้อมด้วยการแสดงต่างๆ เช่น การกลืนไฟ การเล่นโยนของ และแน่นอนว่าที่พลาดไม่ได้ คือ การจุดพลุไฟแบบไม่ให้ตั้งตัว งานเลี้ยงเลิกราเมื่อพระอาทิตย์เริ่มฉายแสง ได้จัดติดต่อกันมากกว่า 20 กว่าปีแล้ว และตราบใดที่ท้องฟ้ายังคงประดับด้วยจันทรา และชายหาดยังไม่สิ้นหาดทราย ก็ดูเหมือนว่านักท่องเที่ยวจะแห่กันมาที่เกาะพะงันอยู่ไม่ขาดสายเพื่อดื่ม กิน แดนซ์กระจาย และสัมผัสกับความสนุกสนานของค่ำคืนยามพระจันทร์เต็มดวง เหนือท้องฟ้าเมืองไทย นับเป็นจุดที่ดวงจันทร์สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เที่ยงคืนสำหรับปาร์ตี้นี้ถือว่าเร็วเกินไป ราว ตี 2 ถึง ตี 3 คือช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุด ร้านรวงที่เน้นขายเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล รียงรายเต็มชายหาด ทุกร้านจะมีรูปแบบเหมือนกันคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอลหลายสิบประเภท โซดา น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ถูกคละเคล้าใส่ถังพลาสติกใบเล็กๆ เมื่อใดที่ดวงจันทร์ได้โผล่พ้นขึ้นจากขอบฟ้าเมื่อไร เวลาแห่งการปลดปล่อยฟูลมูนปาร์ตี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางเสียงดนตรีที่อื้ออึง สามารถดีดดิ้น เต้นแร้งเต้นกาได้ตลอดแนวชายหาด เป็นช่วงชีวิตที่อิสระเสรีจริงๆ คละเคล้าไปด้วยเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หลากหลายชนิด นี่คือจิตวิญญาณของงานฟูลมูนปาร์ตี้ ไม่มีไรมากกว่านั้นจริงๆ