แรลลี่จักรยานท่องเที่ยว ปลุกกระแสเที่ยวทางเลือกใหม่

วันนี้กระแสการปั่นจักรยานกลับมาแรงอีกครั้ง ทั้งการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและการปั่นจักรยานท่องเที่ยว เพราะการปั่นจักรยานนั้นก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งต่อผู้นั่นเองและต่อสภาพแวดล้อมของโลกด้วย นอกจากนี้แล้วการปั่นจักยานจะทำให้ผู้เดินทางประหยัดเงินค่าเดินทาง ประหยัดค่าน้ำมัน ทั้งยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะจักรยานเป็นพาหนะซึ่งไม่ใช้เครื่องยนต์ จึงไม่เป็นตัวปล่อยมลพิษทางอากาศ และถ้าปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวก็จะได้ใกล้ชิดธรรมชาติและชุมชนมากยิ่งขึ้น การปั่นจักรยานยังเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบหนึ่งด้วย จักรยานจะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สดชื่น แจ่มใสหน้าดูเด็กลง และที่สำคัญลดความอ้วนได้ด้วย นอกจากนั้นจักรยานยังช่วยให้ได้พบเจอเพื่อนใหม่ ๆ มีการเข้าสังคมมากขึ้น สังคมของคนปั่นจักรยานมักเป็นสังคมอบอุ่นและเป็นมิตรอาจเป็นเพราะคนชอบปั่นจักรยานนั้นเป็นคนใกล้ชิดธรรมชาติ จึงมีจิตใจที่อ่อนโยนและการที่คนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ได้มาเจอกัน ก็มักจะเข้ากันได้ดีอยู่แล้ว การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวนั้น บ่อยครั้งช่วยให้เราสามารถเข้าถึงสถานที่ที่ต้องการได้ดกว่ารถยนต์ เพราะมีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือเส้นทางเข้าเล็ก แคบ หรือแม้จะเดินเข้าไปก็ช้า เสียเวลา ซึ่งในวันนี้จักรยานแบบเสือหมอบ จักรยานพับและจักรยานทัวริงก้าวขึ้นสู่ยุคสมัย ทำให้กระแสการปั่นจักรยานท่องเที่ยวกลับคืนมาอีกครั้ง

จักรยานรูปแบบต่าง ๆ

  1. Fat Bike หรือ จักรยานล้อโต สามารถขี่บนพื้นทรายได้หรือพื้นโคลน เนื่องจากล้อที่ใหญ่มีพื้นที่เกาะถนนมากกว่าล้อธรรมดา ล้อจะจมลงไปได้เยอะกว่าล้อแบบอื่น ๆ
  2. Mountain Bike หรือ จักรยานเสือภูเขา ออกแบบมาเพื่อการตะลุยเส้นทางยากลำบากอย่างคล่องแคล่วว่องไว ดอกยางใหญ่ มีโช้คอัพกันกระแทกน้ำหนักเบา ไม่นิยมบรรทุกสัมภาระไปกับตัวรถ
  3. จักรยานเสือหมอบ เป็นจักรยานชนิดที่ทำความเร็วได้สูงสุด ไม่เหมาะในการนำไปบุกเส้นทางป่าเขา เพราะซี่ล้อเล็ก ยางเล็ก หน้าแคบ ทำให้เกิดความเสียหายกับยางหรือตัวรถได้ง่าย
  4. ซิตี้ไบก์ เป็นจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางในเมือง มีลักษณะหลากหลายทั้งพับได้และพับไม่ได้ ทั้งแบบย้อนยุค แบบน่ารัก เป็นจักรยานที่อำนวยความสะดวกในการนำติดตัวไปไหนต่อไหนได้
  5. จักรยานทัวริง เป็นจักรยานเข้มแข็งบึกบึน ใช้เพื่อการเดินทางไกล สามารถนำอุปกรณ์พักแรมบนเส้นทางติดตัวรถไปด้วยได้

ดังนั้น ถ้าสนใจหาซื้อจักรยานเป็นของตัวเองสักคันเพื่อใช้ท่องเที่ยวหรือออกกำลังกายจะต้องเลือกให้เหมาะกับประเภทของการปั่น ถ้าเน้นพกพาไปได้ทุกที่ก็ควรเป็นจักรยานคันเล็กหรือจักรยานพับ แต่ถ้าต้องการปั่นระยะใกล้คงต้องเลือกจักรยานคันใหญ่ๆ

การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ กับเทรนด์การท่องเที่ยวยอดนิยม

การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เป็นการท่องเที่ยวที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น ซึ่งมีให้เห็นกันหลากหลายได้แก่สปา หรือที่พักแนวรักษ์ธรรมชาติเป็นต้น สำหรับเทรนด์ที่มาแรง คือ การปั่นจักรยานและการเล่นโยคะที่ฮ็อตฮิตทั้งในหมู่คนทำงาน นักเรียน นักศึกษาและผู้สูงอายุที่ต้องการสร้างความสมดุลให้ชีวิตและเพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วย รวมไปถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแนวสุขภาพอีกด้วย ในระยะหลังมานี้มีทริปท่องเที่ยวมากมายที่เน้นการเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ดี เช่น การปั่นจักรยานเที่ยวขึ้นดอยชมธรรมชาติ ทริปดำน้ำชมปะการัง ทริปวิ่งมาราธอน ซึ่งสายการบินก็ยังสนับสนุนเทรนด์สุขภาพเหล่านี้อีกด้วย สำหรับโรงแรมที่พักก็ไม่น้อยหน้า ในปัจจุบันโรงแรม รีสอร์ท ที่พักหลายแห่งนอกจากจะมีบริการต่างๆแล้ว ยังมีการเสริมคอร์สพิเศษ เช่น โยคะ และสปาดีท็อกซ์รวมทั้งเมนูอาหารพิเศษไว้อีกด้วย อีกทั้งด้านการออกกำลังกาย บริการฟรีอุปกรณ์การออกกำลังกายต่างๆ และบริการดีไซน์การออกกำลังกายที่เหมาะสมแก่ลูกค้าแต่ละคน มากไปกว่านั้นโรงแรม รีสอร์ท ที่พักที่เกิดขึ้นมาใหม่ๆ ในระยะหลังเริ่มเน้นแนวการตกแต่งและเน้นบริการพักผ่อนแบบเป็นมิตรกับธรรมชาติ มีการออกแบบที่พักแบบเรียบง่ายแต่มีพื้นที่ใช้สอยได้เต็มที่และได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสงบและได้พักผ่อนกับธรรมชาติแบบเต็มๆ สำหรับสนามบินก็มีการปรับปรุงบริการพิเศษเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้โดยสารที่มารอต่อเที่ยวบินหรือขึ้นเครื่อง เช่น บริการนวดแผนโบราณ บริการสปา บริการห้องโยคะ บริการยิม บริการสระว่ายน้ำ รวมไปถึงพื้นที่สีเขียว สวนหย่อมพักผ่อนในเขตสนามบิน

จะเห็นได้ว่า การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพนั้นเป็นการส่งเสริมบำรุงรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสุขภาพให้ดีขึ้น และยังสามารถเปลี่ยนประสบการณ์และสังสรรค์ทางสังคมเพื่อการ สร้างเสริมสุขภาพที่ดีกับผู้อื่นในระหว่างการท่องเที่ยวซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทัศนคติ และค่านิยมในการส่งเสริมและรักษาฟื้นฟูสุขภาพให้สมบูรณ์ด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพนี้ถือได้ว่าเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบตลาดน้ำ

493_10การจัดการทรัพยากรท้องถิ่นที่เหมาะสมเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืนจะศึกษารูปแบบและพัฒนาการของตลาดน้ำและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องในตลาดน้ำและผลกระทบต่อแบบแผนการดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์ทางสังคมของท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในชุมชนตลาดน้ำแต่ละแห่ง เพื่อให้ทราบความต้องการของชาวบ้านในท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรและหารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบตลาดน้ำที่เหมาะสม การพัฒนาและกิจกรรมการท่องเที่ยวของตลาดน้ำที่เป็นตลาดน้ำแบบดั้งเดิม พัฒนาจากตลาดชาวบ้านขึ้นมาเป็นตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากการคมนาคมทางบกเจริญขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพบเห็นและเกิดความประทับใจจนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายกลายเป็นที่รู้จัก ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นนายทุนจากภายนอกเข้าไปจัดรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวและร้านขายของที่ระลึกครบวงจร ขณะที่ชาวบ้านมีบทบาทเป็นลูกจ้างและขอเช่าที่จอดเรือขายของมากกว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ

การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวางแผน บริหารและจัดการการท่องเที่ยวทุกขั้นตอนและทุกกลุ่ม เนื่องจากชุมชนย่อมเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมของตนได้ดีกว่าคนนอก จะทำให้มีศักยภาพในการจัดการท่องเที่ยวได้มากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ประกอบการธุรกิจจากภายนอกและช่วยลดปัญหาการเอาเปรียบในชุมชน ลดการผูกขาดกิจกรรมด้านการค้าและการท่องเที่ยว หรือกรณีชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอควรขอความช่วยเหลือจากภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานหรืองบประมาณ ส่วนเอกชนและนักวิชาการอาจขอความช่วยเหลือในด้านการฝึกอบรมดูงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับชุมชนนั้นๆ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการตลาดน้ำประสบความสำเร็จ

1) การมีผู้นำที่เข้มแข็ง มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กล้าคิด กล้าทำ กล้าที่จะตัดสินใจ ในการเปลี่ยนท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
2) บทบาทและหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลที่สนับสนุนด้านงบประมาณ สถานที่ และคอยให้คำปรึกษาด้วยการจัดการท่องเที่ยว
3) การสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม
4) การสร้างระเบียบและกฎเกณฑ์ เป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้ระเบียบว่าด้วยการบริหารกิจการตลาดน้ำ
5) การสร้างเครือข่าย ในระดับชุมชนจะมีลักษณะของการสร้างกลุ่มธุรกิจเป็นกลุ่มๆ
6) ความไว้เนื้อเชื่อใจ ตลาดน้ำเป็นตัวเชื่อมระบบความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยน ช่วยเหลือกันทั้งในเรื่องธุรกิจและเรื่องอื่น

รูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ


การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นแนวคิดใหม่ในการพัฒนาและการจัดการการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดผลกระทบในทางลบน้อยที่สุด แนวคิดนี้ได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆนับตั้งแต่ พ.ศ.2530 เป็นต้นมา โดยได้รับความสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติและองค์การการท่องเที่ยวโลก ประเทศไทยก็ได้รับเอาแนวคิดนี้มาศึกษาและดำเนินการจนปรากฏผลเป็นรูปธรรมมากพอสมควร จากการศึกษาถึงผลกระทบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทยในระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า มีทั้งผลกระทบในทางบวก และผลกระทบในทางลบ

รูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1) การเดินเส้นทางธรรมชาติ
เส้นทางธรรมชาติ (nature trail) หมายถึง เส้นทางที่กำหนดไว้ หรือแนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินชมสภาพธรรมชาติของพื้นที่แห่งหนึ่งแห่งใด เช่น บริเวณป่าไม้ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าชายเลน ป่าพรุ ทั้งนี้เพื่อมิให้นักท่องเที่ยวหลงทาง หรือเดินสะเปะสะปะไปเหยียบย่ำทำลายพืชพรรณไม้ หรือได้รับอันตรายจากอุบัติภัย ตามเส้นทางเดิน จะมีเครื่องหมายบอกทาง รวมทั้งมีป้ายแนะนำชื่อพรรณไม้ต่างๆ และสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรทราบในสถานที่นั้น มีการทำเส้นทางให้เดินได้อย่างสะดวกสบายพอสมควร และไม่เกิดอันตราย

2) การส่องสัตว์/ดูนก
เป็นการท่องเที่ยว เพื่อศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าและนกชนิดต่างๆ ในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน โดยการมองจากกล้องส่องทางไกล การส่องไฟฉายในช่วงเวลากลางคืน และการถ่ายภาพ บริเวณพื้นที่ซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สวนสัตว์เปิด และอุทยานนกน้ำ รวมทั้งสถานที่บางแห่งซึ่งมีนกย้ายถิ่นตามฤดูกาลบินมาเกาะอาศัยอยู่เป็น จำนวนมาก

3) การสำรวจถ้ำ/น้ำตก
เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่นิยมกันมาก เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ เป็นจำนวนมากในประเทศไทย ส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาให้เดินทางเข้าถึงได้ไม่ยากนัก ถ้ำเป็นลักษณะภูมิประเทศ ที่พบมากในบริเวณภูเขาหินปูน หากเกิดตามบริเวณชายฝั่งทะเลเรียกว่า ถ้ำทะเล ภายในถ้ำมักมีหินงอกหินย้อยสวยงาม หากเป็นถ้ำขนาดใหญ่อาจมีความยาวหลายร้อยเมตรภายในถ้ำก็ได้ และเป็นจุด ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการ เข้าไปสำรวจ หรือดูความงดงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ

4) การปีนเขา/ไต่เขา
เป็นรูปแบบของการท่องเที่ยว ที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยชิน และเพิ่งจะเริ่มนำเข้ามาเผยแพร่ โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ การปีนเขา/ไต่เขาต้องอาศัยประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังต้องมีเครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วย ปัจจุบันกิจกรรมการท่องเที่ยวประเภทนี้ มีทำกันบ้างตามหน้าผาชันบริเวณชายฝั่งทะเลบางแห่ง ในภาคใต้ของประเทศ

5) การล่องแก่ง
ลำน้ำบางสายที่มีแก่งหินพาดผ่านกลางลำน้ำ ทำให้น้ำไหลเชี่ยวมากเป็นพิเศษ หรืออาจมีโขดหินโผล่พ้นพื้นน้ำ กั้นขวางทางเป็นตอนๆ ลักษณะเช่นนี้ ทำให้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ที่เรียกว่า การล่องแก่ง (rapids shooting) โดยนักท่องเที่ยวนั่งในเรือยางขนาดเล็ก หรือบนแพไม้ไผ่ ล่องไปตามลำน้ำที่น้ำไหลเชี่ยวกราก และพยายามหลบหลีกโขดหินต่างๆ ที่กั้นขวางอยู่ในลำน้ำ

6) การนั่งเรือ/แพชมภูมิประเทศ
เป็นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนสบายๆ ซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในประเทศไทย ที่มีแม่น้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวได้ชมภูมิประเทศตามสองฝั่งลำน้ำ และสังเกตดูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในท้องถิ่นนั้นๆ การนั่งเรือชมภูมิประเทศยังครอบคลุมไปถึงการท่องเที่ยว ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ และในท้องทะเลด้วย

7) การพายเรือแคนู/เรือคะยัก
เรือแคนู (canoe) และเรือคะยัก (kayak) เป็นรูปแบบของเรือพายที่นำมาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ในการท่องเที่ยวตามลำน้ำ เป็นเรือพายขนาดเล็ก นั่งได้ 1-3 คน ตัวเรือใช้วัสดุที่คงทนแต่มีน้ำหนักเบา ไม่ล่มได้ง่าย และพายได้คล่องตัว คำว่า แคนู เป็นชื่อเรือพายของชนพื้นเมืองแถบทะเลแคริบเบียนในอเมริกากลาง ส่วนคะยักเป็นชื่อเรือพายของชาวเอสกิโมในทวีปอเมริกาเหนือ การพายเรือแคนู และเรือคะยัก เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มีทั้งการล่อง แก่งในลำน้ำ และการพายเรือชมทัศนียภาพตามชายฝั่งทะเล

แบ็กแพ็กมาเที่ยววังเวียงเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองลาว

วังเวียง เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำซอง ไร่นาแบบขั้นบันได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างหลงไหลแวะเวียนกันมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ชมความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่เต็มไปด้วยป่านานาพันธุ์ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ระหว่างทางชมผาตั้ง ซึ่งเป็นภูเขาลูกเดียวที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ด้านหน้าของภูเขามีน้ำซองไหลผ่านภูเขารูปร่างแปลกตาสลับซับซ้อนสวยงามยิ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองลาว สำหรับที่ตั้งของตัวเมืองวังเวียง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ห่างจากเมืองหลวงกรุงเวียงจันทน์ 154 กิโลเมตร และห่างจากเมืองหลวงพระบาง 210 กิโลเมตร สมัยสงครามเวียดนามเคยเป็นฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ ปัจจุบันยังคงเหลืออาคารสนามบินบางหลังอยู่ เดี๋ยวนี้วังเวียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่แบ็กแพ็กเกอร์นิยมามาพักมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางบนเส้นทางเวียงจันทน์-หลวงพระบาง มักหยุดพักครึ่งทางที่นี่เสมอ วังเวียงจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมมูล ทั้งเกสต์เฮาส์ราคาถูก อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทุกถนน และร้านอาหารแบบตะวันตกเป็นจำนวนมาก

ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางผู้หลงใหลธรรมชาติ อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรืออยากสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขา หรือคนที่ชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ ที่นี่ก็มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย เช่น เดินทางไกลชมป่าไม้ ปีนเขา ชมถ้ำ หรือล่องห่วงยางเล่นบนแม่น้ำซอง ฯลฯ กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำหรับที่พักในเมืองวังเวียง มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายสไตล์ หลากหลายแบบ แล้วแต่แนวของนักท่องเที่ยว ซึ่งราคาก็มีต้องแต่ 300 จนถึงหลักพัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาที่วังเวียงก็สะดวกมาก จะมีรถ บขส. จากหนองคายมาถึงวังเวียงเพียงต่อเดียวเท่านั้น ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง ค่ารถอยู่ที่ 270 บาท สามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานีขนส่งหนองคายได้เลย แต่นักท่องเที่ยวจะต้องใช้พาสปอร์ตในการซื้อตั๋วด้วย เพราะการเดินทางไปเที่ยวเมืองวังเวียงจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเป็นหลักฐานในการเดินทาง เพราะไม่สามารถใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวได้ แม้จะอยู่ไม่ถึง 3 วันก็ตาม เพราะบัตรผ่านแดนชั่วคราวจะสามารถเที่ยวได้ในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น